กรดไหลย้อน 3 ระยะ เกิดขึ้นได้อย่างไร? และจะต้องปรับปรุงพฤติกรรมอย่างไร?

กรดไหลย้อนระยะที่3

โรค “กรดไหลย้อน” แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อาการแต่ละระยะเป็นอย่างไร แล้วจะต้องปรับปรุงพฤติกรรมอย่างไร สามารถทานสมุนไพรชนิดใดได้บ้าง เพื่อให้หายจากอาการอันแสนทรมานนี้

โรคกรดไหลย้อนในบทความนี้หมายถึง กระบวนการย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์จนเกิดปัญหาขึ้น แบ่งเป็นระยะตามความหนักของอาการที่สร้างปัญหากับร่างกาย

กรดไหลย้อน ระยะที่ 1 โรคกระเพาะอาหาร คือโรคกรดไหลย้อนระยะแรกๆ นั่นเอง

วิธีการรักษา ทานอาหารให้ตรงเวลา โดยเฉพาะการทานอาหารเช้าไม่ควรเกิน 9 โมงเช้า ก่อนทานอาหารสามารถทาน ขมิ้นชัน ขิง หรือ พริกไทยดำ ก่อนอาหารทุกมื้อ10 นาทีประมาณ 2 แคปซูล เพื่อให้กระเพาะอาหารได้รับธาตุไฟเพิ่มขึ้นจนกลับมาแข็งแรงย่อยอาหารต่างๆ ได้ดี หากมีลมในท้องมากให้ทานยาหอมเข้มๆ เพื่อขับลมออกไป

กรดไหลย้อน ระยะที่ 2 ลำไส้มีขยะอยู่มาก เมื่อกระบวนการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์เป็นเวลานานจะเกิดอาหารที่ย่อยได้ไม่หมดตกค้างอยู่ในลำไส้ปริมาณมาก ผู้ป่วยจะมีอาการจุกแน่น เริ่มมีกลิ่นปาก ผายลมเหม็น มีลมในท้องได้ตลอดเวลา ขับถ่ายไม่ตรงเวลา หรืออาจจะมีอาการท้องผูกเรื้อรังร่วมด้วย

วิธีการรักษา ต้องขับอุจจาระออกอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความแข็งแรงให้กระเพาะอาการและเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดี (Probiotics) เข้าสู่ลำไส้ เพื่อลดการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ที่ไม่ดี (ใช้เวลารักษาประมาณ 2 เดือน)

1. ขับอุจจาระออก โดยทานยาธรณีสัณฑะฆาต (ยากษัยเส้น) ขับลมและอุจจาระออกโดยการทานก่อนนอน 2-3 แคปซูล หรือทำการ Detox แบบสวนประมาณ 1 สัปดาห์ติดต่อกัน

2. เพิ่มความแข็งแรงให้กระเพาะอาหาร ด้วยขมิ้นชัน ขิง พริกไทยดำ จะทานพร้อมกันหรือแยกทานอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ทานก่อนอาหาร 15 นาทีเพื่อเพิ่มธาตุไฟในการย่อยอาหารให้กับกระเพาะอาหาร

3. เติมจุลินทรีย์ที่ดีเข้าสู่ลำไส้ โดยการทานน้ำหมักชีวภาพ หรือ Probiotic แบบผง หลังอาหารทุกมื้อให้จุลินทรีย์ที่ดีเข้าสู่ลำไส้ไปควบคุมไม่ให้จุลินทรีย์ที่ไม่ดีมีปริมาณมากเกินไป

เมื่อลมและอุจจาระในลำไส้ไม่มากเกินไป จะทำให้ลมในลำไส้ที่พัดดันขึ้นสู่กระเพาะอาหารและหลอดอาหารน้อยลง ลดอาการจุกแน่นที่ท้องรวมถึงลดอาการแสบร้อนช่วงอกของผู้ป่วยได้

กรดไหลย้อนระยะที่ 3 สารอาหารในเลือดเหลือน้อย จากกระบวนการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์เป็นเวลานาน จนทำให้อ่อนเพลีย หมดแรง มึนศีรษะบ่อย จุกแน่น แสบร้อนช่วงอกมากขึ้น ทานอาหารไม่ค่อยลงแต่มีอาการหิวบ่อย เม็ดเลือดของผู้ป่วยระยะนี้จะมีขนาดเล็กลงจนทำให้ออกซิเจนและน้ำในเลือดน้อยลงตามไปด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการนอนหลับไม่สนิท ปากแห้ง ลิ้นแห้ง หายใจได้ไม่เต็มปอด

วิธีการรักษา ควรเพิ่มสารอาหารในเลือดให้มากพอ ร่วมกับการปรับปรุงกระเพาะอาหาร ลำไส้ (ใช้เวลารักษาประมาณ 3 เดือน)

1. เติมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดด้วยอาหารที่ย่อยสลายได้เร็ว เช่น สาหร่ายเกลียวทอง โสม กระชาย ธัญพืชชง ฯลฯ ทานทุกๆ เช้าตอนตื่นนอนเพื่อสร้างเม็ดเลือดให้พร้อมใช้งาน

2.ปรับปรุงการย่อยอาหารด้วยการเติมธาตุไฟให้กระเพาะอาหาร และเติมจุลินทรีย์ที่ดีเข้าสู่ลำไส้เหมือนกับโรคกรดไหลย้อนระยะที่ 2 ผู้ป่วยกรดไหลย้อนที่เดินทางมาถึงระยะนี้เกิดจากพฤติกรรมที่ทำให้สารอาหารในเลือดน้อยลงอย่างรวดเร็ว เช่น การนอนดึกตีหนึ่งตีสองแทบทุกคืน ดื่มกาแฟแทนอาหารเช้าเป็นกิจวัตร ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน หากไม่ปรับปรุงพฤติกรรมร่างกายจะบังคับตัวเราให้หยุดทำงานด้วยอาการ “บ้านหมุน” จนยืนอยู่ไม่ได้

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำ สำหรับผู้ที่มีปัญหากับระบบย่อยอาหารไม่ว่าระยะใดก็ตาม คือ ลดการทานน้ำเย็น น้ำอัดลม นม ชาเย็น ชาเขียว น้ำเต้าหู้ น้ำมะพร้าว ให้ได้มากที่สุด งดการทานอาหารมื้อดึก งดการทานกาแฟเพราะทำให้น้ำย่อยของเราออกมาไม่ตรงเวลา งดการทานยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะเป็นเวลานาน เพราะทำให้น้ำย่อยของเราขาดประสิทธิภาพ หันมาทานอาหารสดใหม่ เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว เคี้ยวอาหารให้นานขึ้น เนื่องจากการเคี้ยวสัมพันธ์กับการบีบตัวของกระเพาะอาหารของเรา เมื่อกระบวนการย่อยดีลมใหม่ๆ ไม่เกิด ลมและอุจจาระเก่าๆ หายไป โรคกรดไหลย้อนจะทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด

Total Page Visits: 1275 - Today Page Visits: 8